โอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ให้บริการในยุคเศรษฐกิจฟื้นตัว
จากการศึกษาแนวโน้มการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้งานของภาคธุรกิจ, องค์กรและภาครัฐ สำหรับผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม และการสื่อสาร ในการเตรียมความพร้อมในอีก 24 เดือนข้างหน้า
ประสบการณ์ในอดีตได้สอนเราให้รู้ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ มักจะเกิดขึ้นตามหลังจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านไอที เหมือนคำกล่าวที่ว่าฟ้าหลังฝนจะสดใสอีกครั้ง และจากความพยายามที่จะมอง หาแนวโน้มการใช้งานเทคโนโลยีด้านไอที เพื่อที่จะคาดเดาสถาณการณ์ในอนาคต สำหรับผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม ได้เตรียมพร้อมไว้สำหรับฟ้าใหม่หลังการตกต่ำของเศรษฐกิจทั่วโลก
เศรษฐกิจโลกกำลังพยายามทุกวิถีทาง ในการที่จะกู้สถาณการณ์กลับมา พร้อมทั้งสร้างแรงผลักดันให้ก้าวต่อไปอย่างในอดีต ในขณะที่วิกฤตการณ์ด้านการลงทุนยังคงดำเนินไปอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้การศึกษาได้ย้อนกลับไปสำรวจสภาพ และพฤติกรรมในอดีต ทั้งในส่วนขององค์กรเอกชนและองค์กรภาครัฐ รวมทั้งพยายามรวบรวมข้อมูลในทุกๆ ด้านเพื่อที่จะพยากรณ์ความเป็นไป เพื่อที่จะวางแผนรองรับการกลับมาแห่งความรุ่งเรืองอีกครั้งในอนาคต โดยมีเป้าหมายสำคัญ ในการที่จะศึกษาว่าผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม และการสื่อสาร ต้องมีการเตรียมตัวอย่างไร เพื่อที่จะรองรับและสนับสนุนความต้องการด้านไอที และดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างมั่นใจ ภายใต้ภาวะที่เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวอย่างช้าๆ
การศึกษาเพื่อบ่งชึ้โอกาสทางธุรกิจพบว่า ผู้บริหารด้านไอทีต่างๆ มีความสนใจอย่างมาก ในการที่จะนำโซลูชันด้านอินเทอร์เน็ตมาใช้งานในเชิงธุรกิจอย่างจริงจัง ได้มีการระบุว่าในอีก 24 เดือนข้างหน้า ผู้บริหารด้านไอทีมากกว่า 60 เปอร์เซนต์ในภาคองค์กรธุรกิจ มีความต้องการที่จะนำเอาโซลูชันอินเทอร์เน็ต มาใช้งานในธุรกิจของพวกเขานอกจากนี้ยังพบอีกว่า การใช้งานออนไลน์และอินเทอร์เน็ตแอพพิเคชันใหม่ สำหรับพนักงานในการใช้งาน และสนับสนุนการทำงานของพวกเขา เป็นส่วนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด โดยพบว่า 64 เปอร์เซนต์ของบริษัทต่างๆ มีแผนที่จะนำมาใช้งานในลำดับแรกๆ ตามมาด้วยโซลูชันด้านการบริการลูกค้าสัมพันธ์ ในสัดส่วนประมาณ 61 เปอร์เซนต์ และจะใช้ไอทีมาช่วยในการสื่อสารภายในองค์กร ประมาณ 58 เปอร์เซนต์ นอกจากนี้อีก 30 เปอร์เซนต์ จะนำมาใช้ในด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)
การให้และใช้บริการผ่านเครือข่ายไอพี มีอัตราเติบโตอย่างมาก เนื่องด้วยความต้องการในการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและธุรกิจ ซึ่งถือได้ว่าเป็นต้นทุนหลักขององค์กรธุรกิจ และการเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของบุคลากรรวม ทั้งคุณภาพของงาน และการให้บริการแก่ลูกค้า จากการประมาณการณ์จะมีองค์กรภาครัฐ และเอกชนในสัดส่วน 30 ถึง 60 เปอร์เซนต์ ที่ได้บรรจุแผนการนำบริการเครือข่ายไอพีมาใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้ อาทิเช่น บริการเครือจข่ายส่วนบุคคลเสมือน (Virtual Private Networks, VPNs), ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและเครือข่าย, ระบบตู้สาขา แบบไอพี (IP Telephony หรือ IP-PBX), ระบบเครือข่ายนำส่งข้อมูล (Content Delivery Network, CDN), และระบบ แลนไร้สาย (Wireless LAN)
กลยุทธ์ในการใช้บริการจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญภายนอก กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมากจากการที่ค่าใช้จ่ายและต้นทุน ต่างเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ และส่งผลให้มีทางเลือกไม่มากนัก ดังนั้นองค์กรธุรกิจและภาครัฐมากมาย ได้หันมาใช้กลยุทธ์การ Outsourcing จากการสำรวจพบว่า ธุรกิจระดับองค์กรมีความสนใจที่จะใช้บริการประเภทเครือข่ายไอพี และบริการดูแลจัดการระบบ และนี่คือโอกาสทางธุรกิจ และรายได้ที่ทางผู้ให้บริการสื่อสารและโทรคมนาคมจะได้รับ ถ้าพวกเขามีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีไอพี นอกจากนี้ยังมีองค์กรเอกชนอีก 10 ถึง 20 เปอร์เซนต์ มีความต้องการที่จะใช้บริการด้านการดูแลระบบเครือข่าย ในส่วนที่เช่าใช้จากผู้ให้บริการจากบริษัทภายนอกเช่นกัน ในขณะที่อีก 40 เปอร์เซนต์ ต้องการที่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ให้บริการ ในการที่จะใช้บริษัทภายนอกมาช่วยออกแบบ, ติดตั้ง, และจัดการระบบเครือข่ายไอพีที่พวกเขาวางแผนไว้
โดยภาพรวมแล้วจากการประมาณเบื้องต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราค่าใช้บริการ และแนวโน้มหรือกระแสการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้งาน จะทำให้ขนาดตลาดด้านบริการสื่อสารโทรคมนาคม จะมีการเติบโตจาก 45 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2545 ขึ้นมาอยู่ระหว่าง 100 ถึง 130 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2549 และนอกจากนี้บริการด้านเครือข่ายไอพี จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับผู้ให้บริการ ทั้งทางด้านอุปกรณ์เครือข่ายปลายทาง รวมถึงบริการด้านแอพพิเคชัน และทางด้านการเชื่อมต่อสัญญาณสู่เครือข่ายโทรคมนาคมสาธารณะอีกทางหนึ่งด้วย
โดยสรุปแล้วกุญแจสู่ความสำเร็จในยุคเศรษฐกิจฟื้นตัว ถ้าคุณต้องการที่จะเห็นการเพิ่มคุณค่าให้กับธุรกิจของคุณ เมื่อเศรษฐกิจกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและการสื่อสาร ควรที่จะพยายามเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด และพร้อมกันนั้น ก็ต้องลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยในรายงานการสำรวจได้สรุปข้อแนะนำในการที่จะอยู่รอด และทำธุรกิจอย่างมีกำไร ให้กับผู้ให้บริการในยุคที่เศรษฐกิจฟื้นตัวดังนี้
ต้องให้ความสำคัญกับโซลูชันอินเทอร์เน็ตสำหรับธุรกิจ ที่มีผลกระทบต่อองค์กรธุรกิจและสถาบันภาครัฐ ที่สามารถช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องใช้งบประมาณมาก และสามารถลดต้นทุนในการทำงาน รวมทั้งสนับสนุนในการใช้แอพพิเคชัน และใช้ประโยชน์เครือข่าย
เตรียมพร้อมในการให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ อาทิเช่น IP VPNs, ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบ เครือข่าย, ระบบตู้สาขาแบบไอพี (IP PBXs), ระบบเครือข่านนำส่งข้อมูล (CDNs), และระบบเครือข่ายไร้ สาย (Wireless LAN)
สร้างรูปแบบในการให้บริการให้หลากหลาย โดยแบ่งเป็นระดับการให้บริการ และการดูแลลูกค้าที่มีให้ลูกค้าเลือกในการรับบริการ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันในแต่ละระดับ
ควรมีพันธมิตรที่สามารถพัฒนาแอพพิเคชัน และบริษัทที่จะช่วยในการติดตั้งระบบในอันที่จะขยายขอบเขต และขีดความสามารถในการให้บริการ เพื่อที่จะเป็นผู้ให้บริการที่มีคุณภาพสูงในรูปแบบที่ครบวงจร
และท้ายที่สุดนี้ ต้องนำเสนออัตราค่าใช้จ่ายที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น